วันอาทิตย์ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2557

ประวัติซานเฟรซเซฮิโรชิมา

เปิดลีกซามูไร คอลัมน์ที่จะพาท่านไปรู้จักกับทีมต่างๆในลีกสูงสุดจากแดนอาทิตย์อุทัย โดยชิ้นแรกขอประเดิมด้วยแชมป์เก่าจากปีที่แล้ว "ซานเฟรซเซ ฮิโรชิมา"


ประวัติ
ซานเฟรซเซ ฮิโรชิมา เป็นหนึ่งในสโมสรที่เก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่น ก่อตั้งตั้งแต่ปี 1938 ในช่วงยุคก่อนเจลีก ตอนนั้น มาสด้า เอสซี เคยสร้างสถิติคว้าแชมป์ลีกญี่ปุ่นถึง 4 สมัยติดต่อกัน นับตั้งแต่ 1965-1968

ในฐานะหนึ่งในสมาชิกก่อตั้งเจลีก 10 สโมสร ทำให้ซานเฟรซเซใช้เวลาไม่นานนักสำหรับความสำเร็จแรก ด้วยการคว้าแชมป์ในสเตจของฤดูกาล 1994 แต่พวกเขากลับต้องพ่ายแพ้แก่ เวอร์ดี คาวาซากิ ในรอบชิงแชมเปี้ยนชิพ จึงต้องรอไปอีกเกือบ 20 ปี กว่าที่จะได้ครองแชมป์สมความตั้งใจ

ทีมจากฮิโรชิมาคือผู้ถือครองถ้วยเจลีกอยู่ในเวลานี้ หลังจากที่ได้แชมป์ครั้งแรกเมื่อปี 2012 นอกจากนี้ ฮาจิเมะ โมริยาสุ ผู้จัดการทีมยังมีส่วนร่วมกับความสำเร็จเมื่อปี 1994 ในฐานะนักเตะอีกด้วย

นอกจากความสำเร็จในถ้วยซีร็อกซ์คัพเมื่อปี 2008 ช่วงเวลาระหว่าง 1994 - 2013 เต็มไปด้วยความมืดดำมากกว่าแสงสว่าง ซานเฟรซเซทำอันดับได้สูงสุดเพียงที่ 7 เมื่อปี 2005, 2010 และ 2011

นอกจากนี้ ซานเฟรซเซยังเคยได้เข้าชิงบอลถ้วยถึง 5 ครั้ง (เอมเพอเรอร์คัพ 4 ครับ และยามาซากิ นาบิสโก คัพ 1 ครั้ง) น่าเหลือเชื่อที่พวกเขาไม่เคยคว้าแชมป์ได้เลยสักครั้งเดียว อย่างไรก็ดี พวกเขายังคว้าแชมป์ซีร็อกซ์คัพในปี 2013 มาครองได้ ด้วยการเอาชนะคาชิวา เรย์โซล

ในปี 2002 และ 2007 สโมสรต้องตกชั้นลงไปเล่นในเจทู แต่ก็กลับขึ้นมาสู่ลีกสูงสุดได้ภายใจเวลาเพียง 1 ปีเท่านั้น

จุดเริ่มต้นของทีมที่คว้าแชมป์ในปี 2012 อยู่ที่ปี 2008 ที่พวกเขาครองความยิ่งใหญ่ในดิวิชันสอง และคว้าแชมป์เจทูมาได้แบบไม่ยากเย็น ซานเฟรซเซกลายเป็นทีมที่ได้รับความนิยมมาตั้งแต่ตอนนั้น ซึ่งต้องขอบคุณบรรดานักเตะดาวรุ่ง และวิธีการแสดงความดีใจเมื่อยิงเข้าที่เป็นเอกลักษณ์จนกลายเป็นวิดีโอฮิตในยูทูบ

ทุกวันนี้ ซานเฟรซเซกลายเป็นหนึ่งในยอดทีมของเจลีก พวกเขาคือตัวแทนของญี่ปุ่นในฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพ เมื่อปี 2012 ที่แม้จะจบเพียงอันดับ 5 แต่ฮิซาโตะ ซาโต ก็ได้รางวัลดาวซัลโวไปครองด้วยจำนวน 3 ประตู
ดาราเด่น
ด้วยสถิติการค้าแข้งนานถึง 14 ฤดูกาล ฮาจิเมะ โมริยาสุ กองกลางของสโมสรกลายเป็นนักเตะคนโปรดของ ฮานส์ ออฟท์ และได้ลงเล่นให้ทีมชาติภายใต้การคุมทีมของกุนซือดัตช์รายนี้ หลังจากที่แขวนสตั๊ดในปี 2003 เขากลับมาที่สโมสรแห่งนี้อีกครั้งในฐานะโค้ช ก่อนจะกลายเป็นผู้จัดการทีมในปี 2012 และพาสโมสรคว้าแชมป์เจลีกครั้งแรกได้สำเร็จ 

ทาคุยะ ทาคางิ เพื่อนร่วมทีมของ โมริยาสุ มีชื่อเสียงในหมู่แฟนบอลในฐานะ “ปืนใหญ่แห่งเอเชีย” ด้วยจำนวน 27 ประตูจาก 44 เกม ให้ทีมชาติญี่ปุ่น ทั้งยังทำให้มากกว่า 1 ประตูในทุกๆ สามนัด ตลอดการลงค้าแข้ง 173 นัดให้ ซานเฟรซเซ/มาสด้า

ทัตสึฮิโกะ คุโบะ นักเตะที่มีพลังยิงและประตูผาดโผนต่างจากคนญี่ปุ่นทั่วไป เขาลงเล่นให้ซานเฟรซเซมากกว่า 200 นัด และเป็นส่วนหนึ่งในทีมชาติญี่ปุ่นชุดคว้าเอเชียนคัพปี 2000

ในขุนพลชุดคว้าแชมป์รอบแรกปี 1994 มี อิวาน ฮาเว็ค ดาวเตะทีมชาติเช็ครวมอยู่ด้วย เขาเป็นกัปตันทีมชาติในฟุตบอลโลก 1990 ที่ทะลุเข้าไปได้ถึงรอบ 8 ทีมสุดท้าย 19 ประตูให้ทีมซานเฟรซเซเมื่อปี 1994 เป็นสถิติของสโมสรจนกระทั่งปี 2012 ที่ถูกทำลายโดย ฮิซาโตะ ซาโต

แข้งชาวโตเกียวโดยกำเนิดและปัจจุบันเป็นกองหน้าของเซาแธมป์ตัน ทาดานาริ ลี เล่นให้ซานเฟรซเซมา 3 ฤดูกาล แต่กลายเป็นขวัญใจแฟนบอลอย่างรวดเร็วจากท่าแสดงอาการดีใจด้วยการยิงลูกศร ซึ่งเคยทำในเกมเอาชนะออสเตรเลียแบบสุดดรามาช่วงต่อเวลาพิเศษ 1-0 ให้ญี่ปุ่นคว้าแชมป์เอเชียน คัพ 2011 ไปครอง

ไอคอนคนปัจจุบันของซานเฟรซเซ จะเป็นใครไปไม่ได้ นอกจาก ฮิซาโตะ ซาโต ที่กำลังจะเล่นครับ 300 นัดให้สโมสร และทำได้เกือบ 150 ประตูในลีก กัปตันทีมรายนี้คือเจ้าของรางวัลรองเท้าทองคำปี 2012 รวมถึงเป็นผู้เล่นทรงคุณค่าของลีกด้วย
สนามเหย้า
ฮิโรชิมา บิ๊กอาร์ช สนามอเนกประสงค์ เปิดใช้งานในปี 1992 และได้รับการจดจำในฐานะเป็นสถานที่ให้ญี่ปุ่นคว้าแชมป์เอเชียน คัพ สมัยแรกด้วยการปราบแชมป์เก่าอย่างซาอุดิอาระเบีย แม้จะจุคนได้ 50,000 ที่นั่ง แต่ด้วยความที่ระบบต่างๆ ในสนามล้าสมัย ทำให้สโมสรมีโครงการจะสร้างสนามใหม่ในเร็วๆ นี้
ชุดแข่งและสีเสื้อ
แม้ว่า มาสด้า เอสซี จะเคยใช้สีน้ำเงินเป็นสีประจำ แต่ซานเฟรซเซกลับเลือกใช้สีม่วงมาตั้งแต่เริ่มเข้าร่วมเจลีก ซึ่งถือเป็นสี “ชั้นสูง” เพราะมีความใกล้ชิดกับตระกูลจักรพรรดิ ทั้งยังมีประโยชน์สองอย่างคือ ไม่มีสโมสรใดใช้สีนี้ และมันจะโดดเด่นเวลาถ่ายทอดสดเกมกลางคืน

ในปี 1995 เคยเกิดเหตุการณ์อันโด่งดัง เมื่อนักเตะซานเฟรซเซต้องยืมเสื้อทีมเหย้าของสโมสรจากบรรดาแฟนบอลที่เดินทางไปเชียร์ เนื่องจากพวกเขาเตรียมไปแต่ชุดเยือนสีขาว ซึ่งตรงกับสีชุดเหย้าของเจ้าบ้าน โยโกฮามา ฟลูเกลส์
มาสคอต
มาสคอตคู่ใจของซานเฟรซเซเป็นหมีดำคู่หนึ่ง ชื่อ “ซานเซ”  ซึ่งเป็นการผสมคำระหว่างคำภาษาอังกฤษ (thanks) และอิตาลี (grazie) ของคำว่าขอบคุณ และอีกตัวคือ “เฟรซเซ” แฟนของมัน ที่เพิ่งเข้ามาเมื่อปี 2000

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น